LLumens Lab
หน้าแรก /มาตรฐานและความปลอดภัย / ตารางค่า Lux มาตรฐาน 2026 ตามประเภทพื้นที่ พร้อมวิธีวัดและออกแบบ
มาตรฐานและความปลอดภัย Blog · ฉบับปรับปรุง

ตารางค่า Lux มาตรฐาน 2026 ตามประเภทพื้นที่ พร้อมวิธีวัดและออกแบบ

รวมตารางค่า Lux มาตรฐานสำหรับบ้าน สำนักงาน โรงเรียน โรงพยาบาล ร้านค้า โรงงาน คลังสินค้า และสนามกีฬา พร้อมวิธีใช้ค่า Lux ออกแบบและวัดหน้างาน

ตารางค่า Lux มาตรฐาน 2026 ตามประเภทพื้นที่ พร้อมวิธีวัดและออกแบบ
การเลือกค่า Lux ต้องสัมพันธ์กับประเภทพื้นที่ กิจกรรม และระนาบที่ใช้งานจริง

ตารางค่า Lux มาตรฐาน ช่วยกำหนดระดับความสว่างเบื้องต้นสำหรับบ้าน สำนักงาน โรงเรียน โรงพยาบาล ร้านค้า โรงงาน คลังสินค้า และสนามกีฬา แต่การออกแบบที่ดีต้องดูมากกว่าตัวเลข Lux เพียงค่าเดียว บทความนี้รวมค่าแนะนำตามกิจกรรม พร้อมวิธีอ่านตาราง วัดค่าแสง และตรวจคุณภาพแสงก่อนใช้งานจริง

Lux คืออะไร และต้องวัดตรงไหน

Lux (lx) คือค่าความส่องสว่างหรือปริมาณแสงที่ตกกระทบบนพื้นผิว โดย 1 lux เท่ากับ 1 lumen ต่อตารางเมตร จุดสำคัญคือค่า Lux ต้องสัมพันธ์กับ ระนาบที่ทำงานจริง เช่น โต๊ะทำงาน โต๊ะเรียน เคาน์เตอร์เตรียมอาหาร พื้นทางเดิน หรือแนวดิ่งของชั้นวางสินค้า การวัดผิดระดับอาจทำให้ตัวเลขดูผ่าน แต่ผู้ใช้งานยังมองงานไม่ชัด

ตารางในบทความนี้เป็น ค่าแนะนำสำหรับเริ่มออกแบบ ที่สังเคราะห์จากแนวทางงานแสงสว่างทั่วไปและมาตรฐานสถานที่ทำงาน ไม่ใช่ตัวเลขทางกฎหมายที่ใช้แทนข้อกำหนดทุกโครงการ หากเป็นโรงงาน สถานพยาบาล อาคารราชการ หรือพื้นที่เฉพาะ ควรตรวจมาตรฐานฉบับล่าสุดและข้อกำหนดของเจ้าของโครงการอีกครั้ง

n

วิธีวัดค่า Lux บนระนาบโต๊ะทำงานด้วยเครื่องวัดแสงในสำนักงาน
การวัดค่า Lux ที่เชื่อถือได้ควรวางหัววัดบนระนาบทำงานจริง และเก็บค่าหลายตำแหน่งตามกริด ไม่วัดเฉพาะจุดที่สว่างที่สุดใต้โคม

n

ตารางค่า Lux มาตรฐาน สรุปแบบเร็ว

ลักษณะกิจกรรม ค่าแสงเริ่มต้น ตัวอย่างพื้นที่
พักผ่อนและสร้างบรรยากาศ 50-150 lx ห้องนั่งเล่น มุมพักผ่อน ห้องอาหารบรรยากาศ
สัญจรและใช้งานทั่วไป 100-200 lx ทางเดิน บันได โถง คลังเก็บของทั่วไป
อ่าน เขียน และทำงานทั่วไป 300-500 lx โต๊ะทำงาน ห้องเรียน เคาน์เตอร์ครัว ห้องประชุม
ตรวจรายละเอียดหรืองานละเอียด 500-1,000 lx โต๊ะเขียนแบบ งานประกอบ ตรวจคุณภาพ ห้องตรวจ
งานละเอียดมากหรือควบคุมสี 1,000 lx ขึ้นไป ตรวจตำหนิขนาดเล็ก งานสี งานประกอบความแม่นยำสูง

อ่านตารางอย่างไร: เลือกค่าจากกิจกรรมที่ละเอียดที่สุดในพื้นที่นั้น แล้วตรวจความสม่ำเสมอ แสงบาดตา CRI และเงาประกอบ ไม่ควรเพิ่ม Lux สูงเกินจำเป็นเพื่อชดเชยแบบแสงที่ไม่เหมาะสม

ค่า Lux สำหรับบ้านและสำนักงาน

พื้นที่ ค่าแนะนำ ข้อควรออกแบบ
ห้องนั่งเล่น 100-300 lx ใช้ ambient light ร่วมกับไฟอ่านหนังสือและไฟเน้นผนัง
ห้องนอน 50-200 lx ควรหรี่ไฟได้และหลีกเลี่ยงแสงจ้าในแนวสายตาบนเตียง
เคาน์เตอร์ครัว 300-500 lx วัดบนหน้าเคาน์เตอร์และป้องกันเงาจากตัวผู้ใช้งาน
ห้องน้ำทั่วไป 200-300 lx บริเวณกระจกควรมีแสงแนวดิ่งที่เห็นใบหน้าชัด
โต๊ะทำงาน / Open office ประมาณ 500 lx ควบคุม UGR การสะท้อนบนจอ และความสม่ำเสมอ
ห้องประชุม 300-500 lx แยก scene สำหรับประชุม พรีเซนต์ และวิดีโอคอล
โถงสำนักงาน / ทางเดิน 100-200 lx รักษาความต่อเนื่องของแสงและไม่ให้มีจุดมืด

สำนักงานที่ใช้คอมพิวเตอร์ควรพิจารณา UGR และ reflection บนจอร่วมกับ Lux เสมอ อ่านรายละเอียดได้ในบทความ มาตรฐานแสงสว่างสำนักงาน: Lux และ UGR ส่วนบ้านควรใช้แนวคิดแสงหลายชั้นเพื่อให้พื้นที่ปรับได้ตามกิจกรรม

ค่า Lux สำหรับการศึกษาและสถานพยาบาล

พื้นที่ ค่าแนะนำ ข้อควรออกแบบ
โต๊ะเรียน 300-500 lx แสงสม่ำเสมอ อ่านเขียนสบายตา และไม่สะท้อนหน้าจอ
กระดาน / Teaching wall ประมาณ 500 lx แนวดิ่ง ให้ครูและนักเรียนเห็นข้อความชัดโดยไม่เกิดเงา
ห้องสมุด / พื้นที่อ่าน 300-500 lx เพิ่ม task light เมื่อมีงานอ่านตัวอักษรขนาดเล็ก
ห้องตรวจทั่วไป 500 lx หรือสูงกว่าตามงาน ต้องเห็นสีผิวและรายละเอียด ควรเลือก CRI ที่เหมาะสม
ห้องผู้ป่วย 100-300 lx แยกไฟตรวจ ไฟอ่าน และไฟพักผ่อนเพื่อไม่รบกวนการนอน
ห้องปฏิบัติการ 500-750 lx งานละเอียดอาจต้องเพิ่ม task lighting และควบคุมเงา

ห้องเรียนควรให้ความสำคัญกับแสงบนกระดานและแสงบาดตา ไม่ใช่เฉพาะค่าเฉลี่ยบนพื้น อ่านแนวทางเพิ่มเติมได้ที่ มาตรฐานแสงสว่างห้องเรียนและโรงเรียน

ค่า Lux สำหรับร้านค้า โรงแรม และร้านอาหาร

พื้นที่ ค่าแนะนำ ข้อควรออกแบบ
พื้นที่ขายสินค้าทั่วไป 300-750 lx ใช้ contrast ระหว่างสินค้าและทางเดินเพื่อสร้างลำดับสายตา
ชั้นวาง / ผนังสินค้า 500-1,000 lx แนวดิ่ง เลือก CRI และ spectrum ให้สีสินค้าดูเป็นธรรมชาติ
โชว์รูมรถ 500-1,000 lx ควบคุม reflection บนตัวรถและเน้นรูปทรงจากหลายทิศทาง
ร้านอาหาร 100-300 lx โต๊ะอาหารอาจสว่างกว่าพื้นหลังเพื่อสร้างบรรยากาศ
ครัวร้านอาหาร 500 lx โดยประมาณ เน้นความปลอดภัย การเห็นสีอาหาร และทำความสะอาดง่าย
Lobby โรงแรม 100-300 lx ใช้แสงแนวดิ่งและ accent light ช่วยให้มองใบหน้าและทางสัญจร

พื้นที่บริการไม่จำเป็นต้องสว่างเท่ากันทั่วทั้งห้อง การสร้าง contrast อย่างมีเหตุผลช่วยนำสายตาและลดพลังงานได้ ดูตัวอย่างเชิงลึกในบทความ ออกแบบแสงสว่างร้านอาหาร และ ออกแบบแสงโชว์รูมรถ

n

การตรวจวัดค่า Lux และความสม่ำเสมอของแสงในคลังสินค้า
คลังสินค้าควรตรวจทั้งค่า Lux บนทางเดิน ความสม่ำเสมอ และแสงแนวดิ่งบนชั้นวาง เพราะ rack และสินค้าอาจสร้างเงาที่ผลคำนวณค่าเฉลี่ยมองไม่เห็น

n

ค่า Lux สำหรับโรงงานและคลังสินค้า

พื้นที่ / งาน ค่าแนะนำ ข้อควรออกแบบ
คลังสินค้าทั่วไป 100-200 lx ตรวจแสงแนวดิ่งบนชั้นวางและเงาจาก rack
พื้นที่หยิบสินค้า / อ่านฉลาก 200-300 lx เพิ่มความสว่างตามขนาดตัวอักษรและความเร็วในการทำงาน
งานผลิตทั่วไป 300-500 lx ควบคุม flicker และเงาจากเครื่องจักร
งานประกอบละเอียด 500-1,000 lx ใช้ task lighting และตรวจความถูกต้องของสี
งานตรวจสอบละเอียดมาก 1,000 lx ขึ้นไป พิจารณา contrast ขนาดชิ้นงาน อายุผู้ปฏิบัติงาน และแว่นขยาย
ห้องเครื่อง / ห้องไฟฟ้า 200-300 lx ต้องอ่านป้าย เครื่องมือ และเข้าซ่อมบำรุงได้ปลอดภัย

ประเทศไทยมีข้อกำหนดด้านความร้อน แสงสว่าง และเสียงสำหรับสถานประกอบกิจการ ค่าออกแบบจึงต้องตรวจเทียบกับลักษณะงานจริงและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง อ่านต่อที่ มาตรฐานแสงสว่างอุตสาหกรรมและโรงงาน

ค่า Lux สำหรับสนามกีฬาและพื้นที่ภายนอก

พื้นที่ ค่าแนะนำเริ่มต้น ข้อควรออกแบบ
สนามเพื่อสันทนาการ / ฝึกซ้อม ประมาณ 200-300 lx ดูชนิดกีฬา ความเร็วลูกบอล และความสม่ำเสมอ
สนามแข่งขันระดับทั่วไป ประมาณ 500-750 lx ควบคุม glare ทั้งผู้เล่น ผู้ชม และพื้นที่ข้างเคียง
การแข่งขันระดับสูง / ถ่ายทอดสด 1,000-1,500 lx ขึ้นไป ต้องดูค่าแนวดิ่ง CRI flicker และข้อกำหนดกล้องโดยเฉพาะ
ลานจอดรถ 20-100 lx เน้นความสม่ำเสมอ การเห็นใบหน้า และทางเดินคน
ทางเดินภายนอก 10-50 lx ลดแสงรบกวน ใช้โคมบังแสง และส่องเฉพาะจุดที่จำเป็น

สนามกีฬาไม่ควรเลือกโคมจากค่า Lux เฉลี่ยเพียงอย่างเดียว ต้องดู uniformity, vertical illuminance, glare และ flicker ด้วย โดยเฉพาะงานถ่ายทอดสด ดูแนวทางตัวอย่างที่ ออกแบบแสงสนามบาสเกตบอล และ แสงสว่างอาคารกีฬาอเนกประสงค์

วิธีนำค่า Lux ไปใช้ในงานออกแบบจริง

  1. กำหนดกิจกรรมและระนาบทำงาน ระบุว่าคนต้องมองอะไร ที่ระดับความสูงเท่าไร และนานแค่ไหน
  2. เลือกค่าเป้าหมาย ใช้ตารางเป็นจุดเริ่ม แล้วตรวจมาตรฐานหรือข้อกำหนดเฉพาะโครงการ
  3. คำนวณด้วยไฟล์โฟโตเมตริก ใช้ไฟล์ IES/LDT ของโคมใน DIALux, Relux หรือซอฟต์แวร์ที่เหมาะสม
  4. เผื่อ Maintenance Factor ฝุ่น อายุ LED และสภาพแวดล้อมทำให้ค่าแสงลดลงเมื่อใช้งาน
  5. ตรวจคุณภาพแสง ดู uniformity, UGR, CRI, CCT, flicker, เงา และ contrast ร่วมกับ Lux
  6. วัดและปรับหลังติดตั้ง เปรียบเทียบผลจริงกับแบบ พร้อมบันทึกตำแหน่งและสภาวะการวัด

ต้องการประเมินจำนวนโคมเบื้องต้น สามารถใช้ เครื่องคำนวณ Lux และจำนวนโคม ก่อนส่งต่อให้ผู้ออกแบบทำ simulation รายละเอียด

วิธีวัดค่า Lux หน้างานให้เทียบกันได้

  • ใช้ Lux meter ที่มีช่วงวัดเหมาะสมและผ่านการสอบเทียบตามรอบ
  • กำหนด grid จุดวัดให้ครอบคลุมพื้นที่ ไม่วัดเฉพาะใต้โคมหรือกลางห้อง
  • วางหัววัดบนระนาบทำงานจริง เช่น โต๊ะประมาณ 0.75-0.85 เมตร หรือพื้นสำหรับทางเดิน
  • หลีกเลี่ยงการบังหัววัดด้วยตัวผู้วัด และบันทึกสภาพแสงธรรมชาติขณะวัด
  • บันทึกค่าต่ำสุด ค่าสูงสุด ค่าเฉลี่ย และตำแหน่ง เพื่อประเมินความสม่ำเสมอ
  • ให้ระบบไฟทำงานจนเสถียร และวัดใน scene ที่ใช้งานจริง

สำหรับงานส่งมอบ ควรเก็บผังจุดวัด รุ่นเครื่องมือ วันที่สอบเทียบ สภาพหน้างาน และผลวัดไว้ในรายงาน commissioning เพื่อย้อนตรวจได้ภายหลัง

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับค่า Lux

ค่า Lux สูงกว่ามาตรฐานยิ่งดีหรือไม่?

ไม่เสมอไป แสงมากเกินจำเป็นอาจทำให้แยงตา เกิด contrast รุนแรง และใช้พลังงานสูงขึ้น ควรออกแบบให้พอดีกับกิจกรรมและควบคุมคุณภาพแสงร่วมด้วย

Lumen กับ Lux ต่างกันอย่างไร?

Lumen คือปริมาณแสงที่แหล่งกำเนิดปล่อยออกมา ส่วน Lux คือปริมาณแสงที่ตกถึงพื้นผิว โคมที่มี lumen เท่ากันอาจให้ Lux ต่างกันเมื่อมุมกระจายแสง ความสูงติดตั้ง และระยะห่างเปลี่ยนไป

ค่า Lux ในตารางใช้แทนมาตรฐานทางกฎหมายได้ไหม?

ไม่ได้ ตารางนี้ใช้เป็นแนวทางเริ่มออกแบบเท่านั้น งานที่ต้องยื่นตรวจ รับรอง หรือเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยต้องตรวจเอกสารกฎหมายและมาตรฐานฉบับล่าสุดของพื้นที่นั้นโดยตรง

ทำไมวัดค่า Lux แล้วไม่ตรงกับผลคำนวณ?

สาเหตุอาจมาจากค่ากำลังจริงของโคม การสะท้อนของพื้นผิว ตำแหน่งติดตั้ง แสงธรรมชาติ ความสกปรกของโคม หรือวิธีวัด จึงควรบันทึกสภาวะจริงและเทียบกับสมมติฐานในแบบ

แหล่งอ้างอิง

มาตรฐานมีการปรับปรุงตามเวลา ควรตรวจปี ฉบับ และขอบเขตการใช้งานจากหน่วยงานเจ้าของมาตรฐานก่อนนำไปอ้างอิงในเอกสารโครงการ