LLumens Lab
หน้าแรก /มาตรฐานและความปลอดภัย / มาตรฐานแสงโรงงานฉบับใหม่ ผู้ประกอบการต้องเปลี่ยนอะไร?
มาตรฐานและความปลอดภัย Blog · ฉบับปรับปรุง

มาตรฐานแสงโรงงานฉบับใหม่ ผู้ประกอบการต้องเปลี่ยนอะไร?

คำตอบสั้น: ณ วันที่ 21 กรกฎาคม 2569 ยังไม่พบประกาศทางการฉบับใหม่ที่ยกเลิกหรือแทนที่เกณฑ์ความเข้มของแสงสว่างสำหรับสถานประกอบกิจการที่ใช้อยู่ หลายบทความที่ใช้คำว่า “อัปเดตปี 2568–2569” เป็นการนำเกณฑ์เดิมมาอธิบายใหม่ ไม่ได้หมายความว่าค่าลักซ์ตามกฎหมายถูกเปลี่ยนทั้งชุด

ผู้ประกอบการจึงยังไม่จำเป็นต้องรื้อระบบไฟเพียงเพราะเห็นพาดหัวว่ามีมาตรฐานใหม่ แต่ควรใช้โอกาสนี้ตรวจว่าโรงงานเลือกเกณฑ์ตรงกับลักษณะงาน วัดแสงในสภาพใช้งานจริง และแก้จุดมืดที่เกิดจากเครื่องจักร ชั้นวาง ฝุ่น หรือการเสื่อมของโคม LED แล้วหรือยัง

Fact check

ฐานกฎหมายสำคัญยังเป็นกฎกระทรวงเกี่ยวกับความร้อน แสงสว่าง และเสียง พ.ศ. 2559 รวมถึงประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเรื่องมาตรฐานความเข้มของแสงสว่างและหลักเกณฑ์การตรวจวัดที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา พ.ศ. 2561 คำว่า “ฉบับใหม่” ในบทความนี้จึงหมายถึงการทบทวนระบบให้สอดคล้องกับการใช้งานปัจจุบัน ไม่ใช่การประกาศตารางค่าลักซ์ชุดใหม่

กฎหมายที่โรงงานต้องใช้อ้างอิงในปัจจุบัน

การจัดแสงในโรงงานไม่ได้อาศัยตัวเลขเดียวทั้งอาคาร แต่แยกตามพื้นที่ ลักษณะงาน และระดับการใช้สายตา เอกสารหลักที่ควรเก็บไว้ในระบบความปลอดภัยของโรงงานประกอบด้วย:

  • กฎกระทรวง พ.ศ. 2559 ที่กำหนดหน้าที่ของนายจ้างด้านความร้อน แสงสว่าง และเสียงในสถานประกอบกิจการ
  • ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง มาตรฐานความเข้มของแสงสว่าง ซึ่งกำหนดค่าเฉลี่ยและค่าต่ำสุดสำหรับพื้นที่ทั่วไป พื้นที่ผลิต และงานที่ต้องใช้สายตาเฉพาะจุด
  • ประกาศเรื่องหลักเกณฑ์และวิธีตรวจวัด ซึ่งกำหนดแนวทางเลือกเครื่องมือ จุดวัด และการวิเคราะห์ผล

ก่อนอ้างคำว่า “มาตรฐานล่าสุด” ควรตรวจชื่อเอกสาร เลขปี และสถานะจากราชกิจจานุเบกษาโดยตรง ไม่ควรใช้ปีที่เว็บไซต์นำบทความกลับมาอัปเดตเป็นปีของกฎหมาย

ค่าลักซ์สำคัญที่ผู้ประกอบการควรตรวจ

ตารางต่อไปนี้เป็นค่าคัดย่อเพื่อใช้คัดกรองเบื้องต้น ต้องเทียบกับประเภทงานจริงและตารางทางการก่อนทำรายงานตรวจรับ

พื้นที่หรือลักษณะงาน ค่าเฉลี่ยที่ใช้ตรวจเบื้องต้น ประเด็นที่มักพลาด
ทางฉุกเฉินและเส้นทางหนีไฟ ประมาณ 10 lx ป้ายหรือสิ่งของบังแสง และไฟฉุกเฉินเสื่อม
ลานจอดรถและทางเดินภายนอก ประมาณ 50 lx ปลายพื้นที่และระหว่างเสาไฟมืด
ทางเดิน บันได ห้องโถง ห้องน้ำ ประมาณ 100 lx วัดเฉพาะใต้โคม ไม่วัดขั้นบันไดหรือหัวมุม
คลังสินค้า จุดขนถ่าย และพื้นที่ผลิตทั่วไป ประมาณ 200 lx ชั้นวางสูงและเครื่องจักรสร้างเงาบัง
สำนักงาน เตรียมวัตถุดิบ และบรรจุภัณฑ์ ประมาณ 300 lx แสงสะท้อนบนจอหรือพื้นผิวมันวาว
งานประกอบ ตรวจสอบ หรืออ่านรายละเอียด ประมาณ 400–700 lx ใช้เกณฑ์พื้นที่ผลิตทั่วไปแทนเกณฑ์เฉพาะงาน
งานละเอียดสูง งานสี หรือชิ้นงานเล็กมาก ประมาณ 800–2,400+ lx จุดงานสว่างมาก แต่บริเวณรอบข้างมืดเกินไป

ประเด็นสำคัญคือ ค่าเฉลี่ยผ่านไม่ได้แปลว่าทุกจุดผ่าน หลายพื้นที่ยังมีค่าต่ำสุดไม่เพียงพอ โดยเฉพาะใต้ชั้นวาง หลังเครื่องจักร ปลายสายการผลิต และบริเวณที่พนักงานยืนบังทิศทางแสง

ผู้ประกอบการต้องเปลี่ยนอะไรบ้าง

1. เปลี่ยนจากการกำหนดค่าลักซ์ตามชื่อห้อง เป็นตามงานจริง

พื้นที่เดียวกันอาจมีทั้งทางเดิน งานผลิตทั่วไป และจุดตรวจสอบคุณภาพ หากกำหนดทั้งพื้นที่ไว้ที่ 200 lx จุด QC อาจไม่เพียงพอ ควรทำแผนผังแยก task zone และกำหนดเกณฑ์ให้แต่ละจุด

2. ตรวจวัดใหม่เมื่อ layout หรือกระบวนการผลิตเปลี่ยน

การย้ายเครื่องจักร เพิ่มชั้นวาง ติดตั้ง hood หรือเปลี่ยนตำแหน่งโต๊ะทำงาน ล้วนเปลี่ยนเงาและระนาบงาน แม้จำนวนโคมเท่าเดิม ค่าแสงที่จุดทำงานอาจลดลงมาก ควรวัดในสภาพเปิดเครื่องและจัดพื้นที่เหมือนเวลาทำงานจริง

3. เก็บทั้งค่าเฉลี่ยและจุดต่ำสุด

อย่าเลือกวัดเฉพาะจุดที่ดูสว่าง ควรแบ่งพื้นที่เป็น grid ระบุตำแหน่งวัดในแบบ และบันทึกค่าที่ต่ำผิดปกติ เพื่อให้ทีมซ่อมบำรุงกลับมาแก้ไขและตรวจซ้ำได้

4. แก้แสงบาดตาและเงา ไม่ใช่เพิ่มวัตต์อย่างเดียว

โคมที่สว่างขึ้นอาจทำให้ค่า lux ผ่าน แต่สร้าง glare เงาแข็ง หรือแสงสะท้อนบนโลหะและหน้าจอ วิธีแก้อาจเป็นการปรับมุม เปลี่ยนเลนส์ เพิ่มแสงเฉพาะจุด หรือจัดตำแหน่งโคมใหม่ ไม่ใช่เพิ่มกำลังไฟทุกกรณี

5. เพิ่มแผนบำรุงรักษาโคม

ฝุ่น น้ำมัน diffuser เหลือง และการเสื่อมของ LED ทำให้ค่าแสงลดลง โรงงานควรกำหนดรอบทำความสะอาด ตรวจ driver และวัดซ้ำหลังซ่อม พร้อมเผื่อ maintenance factor ตั้งแต่ขั้นออกแบบ

6. ทำเอกสารให้ตรวจสอบย้อนหลังได้

รายงานควรระบุวันและเวลา สภาพแสงธรรมชาติ โคมที่เปิดใช้งาน เครื่องมือและสถานะสอบเทียบ ระนาบงาน จุดวัด ค่าเฉลี่ย ค่าต่ำสุด ผู้ตรวจ และรูปถ่ายประกอบ เอกสารที่ดีช่วยให้การตรวจครั้งถัดไปเห็นแนวโน้มการเสื่อมได้จริง

Checklist 7 วันสำหรับโรงงาน

  1. รวบรวมแบบโคมไฟและรายงานตรวจแสงครั้งล่าสุด
  2. เดินสำรวจจุดมืด แสงแยงตา เงาจากเครื่องจักร และโคมที่ชำรุด
  3. แบ่งพื้นที่ตาม task จริง ไม่ใช้ชื่อแผนกอย่างเดียว
  4. กำหนดค่าเป้าหมายจากตารางทางการให้แต่ละ task zone
  5. วัดด้วย lux meter ที่เหมาะสมในสภาพใช้งานจริง
  6. จัดลำดับแก้ไขจุดเสี่ยงก่อน เช่น ทางหนีไฟ เครื่องจักร และจุด QC
  7. บันทึกผลหลังแก้ไขและกำหนดรอบตรวจครั้งถัดไป

ต้องเปลี่ยนโคม LED ทั้งโรงงานหรือไม่

ไม่จำเป็น หากผลตรวจวัดยังผ่าน เกิดความสม่ำเสมอเหมาะสม และไม่มีปัญหา glare, flicker หรือการมองสี การล้างโคม ปรับตำแหน่ง เปลี่ยน driver หรือเสริม task light อาจคุ้มกว่าการเปลี่ยนทั้งระบบ

แต่หากโคมเสื่อมพร้อมกันหลายจุด ค่าแสงลดต่อเนื่อง หรือใช้พลังงานสูงผิดปกติ ควรทำ lighting audit เปรียบเทียบค่าใช้จ่ายตลอดอายุการใช้งาน ไม่ควรตัดสินจากจำนวนวัตต์หรือค่า lux ตอนติดตั้งใหม่เพียงอย่างเดียว

สรุป: สิ่งใหม่คือวิธีบริหาร ไม่ใช่ตัวเลขปีบนพาดหัว

ณ วันที่ตรวจสอบ ยังไม่พบตารางค่าความเข้มแสงโรงงานฉบับใหม่ที่มาแทนประกาศเดิมอย่างเป็นทางการ ผู้ประกอบการจึงควรระวังบทความที่เปลี่ยนปีแต่ไม่เปลี่ยนแหล่งกฎหมาย สิ่งที่ควรทำทันทีคือทบทวน task zone ตรวจค่าเฉลี่ยและจุดต่ำสุดหลัง layout เปลี่ยน แก้ glare และเงา พร้อมเก็บหลักฐานให้ตรวจสอบย้อนหลังได้

สำหรับรายละเอียดค่าลักซ์แยกตามพื้นที่และงาน อ่านต่อที่ คู่มือมาตรฐานแสงสว่างอุตสาหกรรมและโรงงาน และใช้ เครื่องมือคำนวณแสงเบื้องต้น เพื่อประเมินจำนวนโคมก่อนให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจหน้างานจริง

แหล่งอ้างอิง

หมายเหตุ: บทความนี้เป็นข้อมูลเพื่อการวางแผนเบื้องต้น การตรวจตามกฎหมายควรใช้เอกสารราชกิจจานุเบกษาฉบับเต็มและผู้ตรวจวัดที่มีคุณสมบัติตามข้อกำหนด