LLumens Lab
หน้าแรก /มาตรฐานและความปลอดภัย / มาตรฐานแสงสว่างโรงงาน 2569: ค่า Lux และวิธีตรวจให้ถูกต้อง
มาตรฐานและความปลอดภัย Blog · ฉบับปรับปรุง

มาตรฐานแสงสว่างโรงงาน 2569: ค่า Lux และวิธีตรวจให้ถูกต้อง

คู่มือมาตรฐานแสงสว่างโรงงาน 2569: ค่า Lux เฉลี่ยและจุดต่ำสุด แยกพื้นที่ผลิต คลังสินค้า และ QC พร้อมวิธีตรวจวัด รอบสอบเทียบ ตัวอย่างอ่านผล Checklist และอินโฟกราฟิก อ้างอิงเอกสารกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

มาตรฐานแสงสว่างโรงงาน 2569: ค่า Lux และวิธีตรวจให้ถูกต้อง

มาตรฐานแสงสว่างโรงงานปี 2569 ต้องเริ่มจากการแยกพื้นที่ทั่วไป จุดทำงาน และบริเวณรอบจุดงาน ไม่ใช่กำหนดค่า Lux เดียวทั้งอาคาร ตัวอย่างเช่น คลังสินค้าใช้ค่าเฉลี่ย 200 lx และจุดต่ำสุด 100 lx ขณะที่บริเวณกระบวนการผลิตหรือทำงานกับเครื่องจักรใช้ค่าเฉลี่ย 300 lx และจุดต่ำสุด 150 lx ตามตารางที่ 1 ของประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน [2] หากมีงานตรวจสอบชิ้นส่วน ต้องประเมินจุดงานเพิ่มเติมตามตารางที่ 2 ด้วย

คู่มือนี้ช่วยผู้ประกอบการ จป. และทีมซ่อมบำรุงเลือกเกณฑ์ อ่านรายงานตรวจวัด และวางแผนแก้ไขระบบไฟโดยไม่ซื้อโคมเพิ่มเกินความจำเป็น ปรับปรุงเนื้อหา 4 ตุลาคม 2569 โดยอ้างอิงเอกสารทางการที่เปิดตรวจได้ รายงานตามกฎหมายต้องให้ผู้มีคุณสมบัติตามข้อกำหนดตรวจวัดและรับรอง

ปี 2569 มีมาตรฐานฉบับใหม่หรือไม่?

เอกสารที่ใช้เป็นฐานในบทความนี้คือกฎกระทรวง พ.ศ. 2559 ประกาศค่าความเข้มแสงที่เผยแพร่วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2561 และประกาศวิธีตรวจวัดฉบับเดิมร่วมกับฉบับที่ 2 ที่เผยแพร่วันที่ 11 มกราคม 2565 [1–4] การปรับปรุงบทความในปี 2569 จึงไม่ได้หมายความว่ามีตารางค่าลักซ์ใหม่ในปีนี้ ส่วนวันที่อัปโหลด PDF บนเว็บไซต์กรมฯ ไม่ใช่วันที่ประกาศกฎหมาย

กฎหมายมาตรฐานแสงสว่างโรงงานที่ต้องอ่านร่วมกัน

  • กฎกระทรวงความร้อน แสงสว่าง และเสียง พ.ศ. 2559: กำหนดหน้าที่นายจ้างเรื่องความเข้มแสง การป้องกันแสงจ้าและแสงสะท้อน ตลอดจนการตรวจวัดและรายงาน [1]
  • ประกาศมาตรฐานความเข้มของแสงสว่าง: ลงวันที่ 27 พฤศจิกายน 2560 เผยแพร่ในราชกิจจานุเบกษา 21 กุมภาพันธ์ 2561 แบ่งเกณฑ์เป็นพื้นที่ทั่วไป จุดงาน และบริเวณรอบงาน [2]
  • ประกาศวิธีตรวจวัด: เผยแพร่ 12 มีนาคม 2561 กำหนดช่วงเวลา ระนาบ จุดวัด และการวิเคราะห์ผล [3]
  • ประกาศวิธีตรวจวัดฉบับที่ 2: ลงวันที่ 26 พฤศจิกายน 2564 เผยแพร่ 11 มกราคม 2565 แก้ไขข้อกำหนดบางส่วน รวมถึงเครื่องวัดแสง การสอบเทียบ และคุณสมบัติผู้ตรวจวัด จึงต้องอ่านประกอบฉบับเดิม [4]

แยกให้ชัดระหว่าง เกณฑ์กฎหมายไทย กับ ค่าเป้าหมายออกแบบของโครงการ ข้อกำหนดลูกค้าหรือมาตรฐานออกแบบอาจต้องการแสงสูงกว่า แต่ต้องระบุชื่อเอกสารและประเภทงานที่ใช้ ห้ามนำค่าเป้าหมายมาบอกว่าเป็นกฎหมายไทยโดยไม่มีหลักฐาน

ตารางค่า Lux โรงงาน: ค่าเฉลี่ยและจุดต่ำสุด

ค่าคัดย่อจากตารางที่ 1 ในเอกสาร [2] หน่วยลักซ์ (lx) เลือกแถวตามการใช้งานจริง และตรวจทั้งสองคอลัมน์ที่ประกาศกำหนด

พื้นที่ ค่าเฉลี่ย (lx) จุดต่ำสุด (lx)
ทางเดินและบันไดภายนอก ลานจอดรถ 50 25
ทางเดิน บันได และทางเข้าห้องโถงภายใน 100 50
ห้องเก็บวัตถุดิบ 100 50
คลังสินค้า จุดหรือลานขนถ่ายสินค้า 200 100
ห้องสำนักงานและห้องประชุม 300 150
เตรียมการผลิต เตรียมวัตถุดิบ บรรจุภัณฑ์ กระบวนการผลิต และบริเวณทำงานกับเครื่องจักร 300 150
เส้นทางหนีไฟและบันไดฉุกเฉินในกรณีไฟดับ วัดที่ระดับพื้น 10 ไม่ระบุในแถวนี้

ข้อควรระวัง: ห้องเก็บวัตถุดิบกับคลังสินค้าไม่ใช่แถวเดียวกัน และ 300 lx ในสำนักงานเป็นเกณฑ์พื้นที่ทั่วไป งานอ่าน เขียน หรือประมวลผลข้อมูลที่โต๊ะต้องประเมินจุดงานตามตารางที่ 2 เพิ่มเติม ค่า 10 lx เป็นเงื่อนไขเส้นทางฉุกเฉินในประกาศนี้ ไม่ใช่เกณฑ์เดียวที่ใช้ตรวจรับระบบไฟฉุกเฉินทั้งหมด

จุดทำงานและ QC ต้องเลือกเกณฑ์อย่างไร?

ตารางที่ 2 แยกตามขนาดรายละเอียด ความต่างสี และการใช้สายตา ตัวอย่างงานสำนักงานอยู่ในช่วง 400–500 lx งานตรวจสอบขั้นสุดท้ายในโรงผลิตรถยนต์ 500–600 lx และงานตรวจอาหารกระป๋อง 600–700 lx [2] ช่วงตัวเลขเหล่านี้ต้องอ่านคู่กับแถวลักษณะงาน ไม่ควรสรุปว่า QC ทุกประเภทใช้ 500 lx เหมือนกัน

ให้บันทึกว่างานจริงคืออะไร ชิ้นส่วนหรือข้อบกพร่องที่ต้องเห็นมีขนาดเท่าไร สีต่างจากพื้นหลังมากน้อยแค่ไหน และต้องเพ่งนานเพียงใด จากนั้นให้ผู้ตรวจวัดเลือกแถวที่เหมาะสม งานในโรงงานเดียวกันจึงอาจใช้เกณฑ์ต่างกัน

แสงเฉพาะจุดสูง ต้องดูแสงรอบงานด้วย

ตารางที่ 3 กำหนดความสัมพันธ์ของบริเวณรอบงาน ตัวอย่างจุดงาน 1,000–2,000 lx บริเวณถัดไปในรัศมีเอื้อมมือใช้ 300 lx และบริเวณรอบนอกที่ติดกันซึ่งมีการปฏิบัติงานใช้ 200 lx [2] การเพิ่มโคมโต๊ะจนชิ้นงานสว่าง แต่ปล่อยรอบโต๊ะมืด จึงยังต้องทบทวน

อินโฟกราฟิกตรวจแสงโรงงาน 3 ระดับ: พื้นที่ทั่วไป จุดทำงาน และพื้นที่รอบงาน พร้อมค่าเฉลี่ยและจุดต่ำสุด
อ่านเกณฑ์ให้ครบ 3 ระดับ ภาพสรุปจากตารางแนบท้ายประกาศมาตรฐานความเข้มของแสงสว่าง [2] ตัวเลขในภาพเป็นตัวอย่างเฉพาะประเภทที่ระบุ

ตรวจวัดแสงโรงงานอย่างไรให้ใช้ผลได้จริง

  1. แยกพื้นที่และงาน: ทำแผนผังทางเดิน คลังสินค้า พื้นที่ผลิต โต๊ะงาน และ QC พร้อมเกณฑ์อ้างอิงของแต่ละจุด
  2. วัดในสภาพทำงานปกติ: เปิดโคมและจัดเครื่องจักร ชั้นวาง วัสดุ และกะงานตามการใช้งานจริง ประกาศกำหนดให้วัดในช่วงที่มีแสงธรรมชาติน้อยที่สุด [3]
  3. ใช้ระนาบให้ถูก: พื้นที่ทั่วไปและบริเวณผลิตวัดในแนวระนาบสูงจากพื้น 75 ซม. ส่วนจุดงานวัดที่ชิ้นงานหรือจุดที่สายตาตกกระทบ ทางฉุกเฉินวัดที่พื้นตามข้อกำหนด [3]
  4. จัดจุดวัดตามวิธีที่กำหนด: แนวทางทั่วไปคือทุก 2 × 2 ตร.ม. กรณีโคมติดตั้งซ้ำอย่างแน่นอนสามารถใช้จุดตัวแทนและวิธีคำนวณตามเอกสารที่ประกาศอ้างถึงได้ ต้องอธิบายวิธีในรายงาน [3]
  5. ตรวจเครื่องมือ: เครื่องวัดต้องตรงมาตรฐานที่ระบุในฉบับแก้ไข ตั้งศูนย์หรือเตรียมตามคู่มือก่อนใช้งาน และตรวจหลักฐานสอบเทียบ ไม่ใช้แอปโทรศัพท์แทนเครื่องมือสำหรับรายงานตามกฎหมาย [4]
  6. บันทึกเงาและปัญหาที่มองเห็น: ระวังผู้วัดบังเซนเซอร์ และบันทึกเงาที่เกิดตามการทำงานจริง แสงสะท้อน แสงแยงตา และโคมชำรุดด้วย

ผลจากโปรแกรมจำลองแสงช่วยออกแบบ แต่ไม่ใช่ผลตรวจวัดจริง ส่วนค่า Lumen และวัตต์ของโคมก็ไม่บอกค่า Lux ที่ชิ้นงานโดยตรง ความสูง มุมกระจายแสง สิ่งกีดขวาง และฝุ่นสะสมล้วนมีผล

ต้องตรวจปีละกี่ครั้ง และใครตรวจได้?

อย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง ในสภาพทำงานจริง หากเปลี่ยนเครื่องจักร อุปกรณ์ กระบวนการ หรือวิธีทำงานที่อาจกระทบแสง ต้องตรวจพื้นที่หรือบุคคลที่ได้รับผลกระทบเพิ่มเติมภายใน 90 วันนับจากการเปลี่ยนแปลง ตามข้อ 2 ของประกาศ [3] การจัดรอบตรวจภายในระหว่างปีช่วยติดตามการเสื่อม แต่ไม่แทนการตรวจตามข้อกำหนด

ฉบับแก้ไข [4] กำหนดคุณสมบัติและเงื่อนไขผู้ตรวจ เช่น จป.วิชาชีพของสถานประกอบกิจการที่ขึ้นทะเบียนและมีเครื่องมือตามเงื่อนไขสำหรับตรวจภายในกิจการตนเอง หรือบุคคลและนิติบุคคลที่ขึ้นทะเบียนตามมาตรา 9 หรือมาตรา 11 แล้วแต่กรณี ตรวจสอบสถานะผู้ให้บริการก่อนว่าจ้าง ไม่พิจารณาจากชื่อบริษัทเพียงอย่างเดียว

การสอบเทียบ Lux Meter: ฉบับที่ 2 กำหนดสอบเทียบกับหน่วยปรับเทียบมาตรฐานปีละครั้ง โดยมีข้อยกเว้นเครื่องวัดของสถานประกอบกิจการที่ใช้ตรวจและวิเคราะห์ภายในกิจการให้สอบเทียบทุก 2 ปี [4] ต้องแยกรอบสอบเทียบเครื่องมือออกจากรอบตรวจสภาพการทำงาน

ตัวอย่าง: ค่าเฉลี่ยผ่าน แต่จุดต่ำสุดยังไม่ผ่าน

ตัวอย่างสมมติเพื่ออธิบายวิธีอ่านผล ไม่ใช่รายงานตรวจจริง: คลังสินค้ามีจุดวัดที่เป็นตัวแทนพื้นที่เท่ากัน 4 จุด ได้ 260, 250, 240 และ 70 lx ค่าเฉลี่ยเท่ากับ (260 + 250 + 240 + 70) ÷ 4 = 205 lx สูงกว่าเกณฑ์เฉลี่ย 200 lx แต่จุดต่ำสุด 70 lx ต่ำกว่าเกณฑ์ 100 lx จึงยังไม่ผ่านเกณฑ์ทั้งคู่ที่แถวคลังสินค้ากำหนด

เริ่มตรวจจุด 70 lx ว่ามีชั้นวางบังแสง โคมเสีย หรือระยะโคมห่างเกินไป แก้สาเหตุแล้วตรวจซ้ำทั้งพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ กรณีหน้างานจริงต้องจัดจุดวัดและคำนวณตามวิธีที่เหมาะสม ไม่ใช้ 4 จุดนี้เป็นแบบตรวจทุกโรงงาน

แก้ระบบไฟอย่างไรโดยไม่เพิ่มวัตต์ทั้งโรงงาน

อาการ ตรวจสาเหตุ แนวทางแก้
มืดหลังเครื่องจักรหรือชั้นวาง แนวแสงถูกบัง ย้ายตำแหน่งโคม ปรับการกระจายแสง หรือเสริมแสงเฉพาะจุด
ค่าแสงลดลงหลายจุด ฝุ่น โคมเสื่อม หรือวงจรขัดข้อง ทำความสะอาดอย่างปลอดภัย ตรวจ Driver และเปรียบเทียบผลก่อน–หลัง
ค่า Lux สูงแต่แสบตา เห็นแหล่งกำเนิดแสงตรงหรือสะท้อนบนโลหะ ปรับมุม ใช้อุปกรณ์บังแสง หรือเปลี่ยนตำแหน่งและเลนส์
ชิ้นส่วนหมุนดูเหมือนหยุดหรือหมุนช้า อาจมีผลจากแสงเปลี่ยนตามเวลา ประเมิน Flicker และ Stroboscopic Effect ด้วยเครื่องมือเหมาะสม พร้อมจัดการความเสี่ยงเครื่องจักร
ตรวจสีชิ้นงานแล้วเห็นไม่ตรงกัน สเปกสีแสง พื้นหลัง และการให้สีต่างกัน กำหนดสภาพตรวจสีให้สม่ำเสมอและทดสอบกับชิ้นงานจริง

Lux Meter วัดความส่องสว่าง ไม่ได้วัดคุณภาพแสงครบทุกด้าน ค่า Lux ผ่านจึงไม่ได้ยืนยันว่าไม่มีแสงกะพริบหรือมองสีได้ถูกต้อง การเลือกโคมควรตรวจไฟล์กระจายแสง สภาพอุณหภูมิ ฝุ่น ความชื้น วิธีบำรุงรักษา และรายงานทดสอบที่เกี่ยวข้องด้วย อ่าน แนวทางทดสอบโคมไฟ LED เพื่อเตรียมรายการข้อมูลที่ต้องขอจากผู้ขาย

Checklist ก่อนจ้างตรวจแสงและก่อนอนุมัติเปลี่ยนโคม

  • มีผังโรงงานล่าสุด ตำแหน่งโคม ความสูง และกะทำงาน
  • ระบุประเภทพื้นที่และงานจริง พร้อมตารางและแถวเกณฑ์ที่ใช้
  • มีรายงานเดิมเพื่อเปรียบเทียบ และรายการเปลี่ยน Layout
  • ตรวจคุณสมบัติผู้ตรวจ รุ่นและหมายเลขเครื่องมือ รวมถึงหลักฐานสอบเทียบ
  • ตกลงจำนวนจุด ระนาบ ช่วงเวลาวัด และวิธีคำนวณให้ชัด
  • รายงานแยกค่าเฉลี่ย จุดต่ำสุด และผลจุดงาน พร้อมตำแหน่งในผัง
  • รายการไม่ผ่านระบุสาเหตุ ผู้รับผิดชอบ กำหนดเสร็จ และผลตรวจซ้ำ
  • เปรียบเทียบทางเลือกซ่อม ล้าง ปรับตำแหน่ง เสริม Task Light และเปลี่ยนระบบ โดยรวมค่าบำรุงรักษาและค่าไฟ

ใช้ เครื่องคำนวณแสงเบื้องต้น ช่วยประเมินจำนวนโคมและงบประมาณ ก่อนตรวจด้วยแบบจำลองที่ใช้ไฟล์โคมจริงและวัดหน้างาน อ่านรายละเอียดเกณฑ์เพิ่มเติมใน คู่มือมาตรฐานแสงสว่างโรงงานและอุตสาหกรรม

คำถามที่พบบ่อยเรื่องมาตรฐานแสงโรงงาน

โรงงานทุกแห่งต้องมีแสงอย่างน้อย 500 Lux หรือไม่?

ไม่มีค่าเดียวสำหรับทั้งโรงงาน เกณฑ์ขึ้นกับประเภทพื้นที่และลักษณะงาน ต้องตรวจพื้นที่ทั่วไปและจุดงานที่ใช้สายตาแยกกัน โดยอ้างอิงตารางทางการ [2]

เปลี่ยนเป็น LED แล้วถือว่าผ่านมาตรฐานหรือยัง?

ยังสรุปไม่ได้ ต้องตรวจค่าแสงในสภาพทำงานจริงตามเกณฑ์ที่ตรงกับงาน และจัดการแสงจ้า เงา และปัญหาคุณภาพแสงที่เกี่ยวข้อง การรับรองผลต้องใช้ผู้ตรวจและเครื่องมือที่เข้าเงื่อนไข [1,3,4]

วัดตอนกลางวันแล้วผ่าน แต่กะกลางคืนมืด ควรใช้ผลไหน?

ประกาศกำหนดให้วัดในช่วงที่มีแสงธรรมชาติน้อยที่สุดและสภาพทำงานปกติ ต้องให้แผนตรวจสะท้อนกะและพื้นที่ที่ใช้งานจริง ไม่เลือกช่วงที่แสงแดดช่วยมากเพียงเพื่อให้ผลผ่าน [3]

ต้องเปลี่ยนโคมทั้งโรงงานเมื่อมีจุดไม่ผ่านหรือไม่?

เริ่มจากหาสาเหตุของจุดที่ไม่ผ่าน หากเกิดจากฝุ่น โคมเสีย หรือสิ่งกีดขวาง อาจแก้เฉพาะส่วนได้ เมื่อปรับปรุงแล้วต้องวัดซ้ำ การเปลี่ยนทั้งระบบควรมีข้อมูลการเสื่อม ค่าใช้จ่าย และผลออกแบบรองรับ

แหล่งอ้างอิงและขอบเขตของข้อมูล

  1. [1] กฎกระทรวงความร้อน แสงสว่าง และเสียง พ.ศ. 2559 — ราชกิจจานุเบกษา 17 ตุลาคม 2559 หมวดแสงสว่างและการตรวจวัด
  2. [2] ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง มาตรฐานความเข้มของแสงสว่าง — ราชกิจจานุเบกษา 21 กุมภาพันธ์ 2561 ตารางที่ 1–3
  3. [3] ประกาศหลักเกณฑ์ วิธีการตรวจวัด และการวิเคราะห์สภาวะการทำงานเกี่ยวกับระดับความร้อน แสงสว่าง หรือเสียง — ราชกิจจานุเบกษา 12 มีนาคม 2561 โดยเฉพาะข้อ 2 และข้อ 7–10
  4. [4] ประกาศหลักเกณฑ์และวิธีตรวจวัดฯ ฉบับที่ 2 — ราชกิจจานุเบกษา 11 มกราคม 2565 ข้อกำหนดเครื่องมือ การสอบเทียบ และผู้ตรวจวัด
  5. [5] คู่มือแนวทางการตรวจวัดและประเมินสภาพแวดล้อมในการทำงาน — กองความปลอดภัยแรงงาน — ใช้ประกอบความเข้าใจวิธีวัด โดยข้อที่ถูกแก้ไขให้ยึดประกาศฉบับแก้ไข

เรียบเรียงโดย Lumens Lab · ตรวจเอกสารอ้างอิง 4 ตุลาคม 2569 · ตารางคัดย่อและตัวอย่างใช้เพื่อเตรียมวางแผน ไม่แทนประกาศฉบับเต็มหรือรายงานรับรองหน้างาน ภาพโรงงานเป็นภาพประกอบแนวคิด ตัวอย่างตัวเลขเป็นกรณีสมมติ ดู วิธีทดสอบและขอบเขตข้อมูลของเว็บไซต์ และตรวจเอกสารทางการเพิ่มเติมก่อนจัดทำรายงาน

EN ยังไม่มีในหน้านี้