ห้องทดลองแสง
ลองปรับ แล้วเห็นความต่าง
เข้าใจมุมลำแสง ระยะส่อง โทนแสง CCT และการถ่ายทอดสีผ่านการทดลองง่าย ๆ ก่อนเลือกโคมหรือเริ่มจัดผังพื้นที่จริง
4 ห้องทดลอง · ใช้งานฟรี · ไม่ต้องสมัครมุมลำแสงกับแสงรอบข้าง
ปรับระยะโคมถึงพื้นผิว Beam Angle และ Field Angle เพื่อดูวงแสงจากด้านข้างและด้านบน พร้อมคำนวณมุมที่ต้องการเมื่อรู้ขนาดวัตถุ
Beam Angle คืออะไร?
มุมเต็มระหว่างสองทิศทางที่ความเข้มลดลงเหลือ 50% ของค่าสูงสุด มุมแคบให้ขอบเขตเล็กกว่าเมื่อระยะเท่ากัน
Field Angle คืออะไร?
มุมเต็มที่ใช้ขอบระดับ 10% ของความเข้มสูงสุด จึงช่วยอธิบายแสงที่แผ่ออกไปไกลกว่าขอบ Beam
Spill Light คืออะไร?
แสงที่อยู่รอบลำแสงหลัก แสงจริงยังต่อเนื่องเลยขอบ Field ได้ วงในภาพเป็นเส้นอ้างอิงและไม่ได้บอกค่า Lux
ย้ายโคมไกลขึ้น แสงลดลงเท่าไร?
ใส่ค่า Lux ที่วัดได้พร้อมระยะอ้างอิง แล้วลองเปลี่ยนระยะใหม่ เพื่อสำรวจความสัมพันธ์ตามกฎกำลังสองผกผัน
สูตรและข้อจำกัดของการทดลองนี้
E₂ = E₁ × (d₁ ÷ d₂)² เมื่อระยะเพิ่มเป็น 2 เท่า ค่า Lux ตามแบบจำลองจะเหลือ 1/4 และเมื่อเพิ่มเป็น 3 เท่าจะเหลือ 1/9 การนำไปใช้จริงต้องพิจารณาขนาดแหล่งกำเนิด เลนส์ ทิศทาง ผิวรับแสง และแสงสะท้อนในห้อง
ห้องเดิม โทนแสงเปลี่ยน
เทียบภาพห้องที่โทน 3000K กับภาพที่ปรับได้ตั้งแต่ 2700–6500K เพื่อสังเกตความรู้สึกของวัสดุและบรรยากาศในมุมมองเดียวกัน
Kelvin อธิบายโทนของแสงขาว ตัวเลขสูงขึ้นไม่ได้หมายความว่ามี Lux มากขึ้น และไม่ได้บอกคุณภาพการถ่ายทอดสี
ภาพวาดปรับโทนสีเพื่อสื่อแนวคิด ไม่ใช่ภาพคำนวณสเปกตรัมของโคม สีจริงขึ้นกับ Duv วัสดุ การปรับตัวของสายตา และหน้าจอที่ใช้ดู
โทนแสงถูกใจ แล้วสีวัตถุล่ะ?
ลองเปลี่ยนความอิ่มตัวของชุดสีในภาพ เพื่อเข้าใจว่าการมองสีวัตถุเป็นอีกประเด็นหนึ่งที่ต้องตรวจเพิ่มเติมจาก CCT
ตัวเลขนี้คือระดับปรับความอิ่มตัวของภาพ ไม่ใช่ค่า CRI และไม่สามารถใช้แปลงเป็น Ra หรือ R9 ได้
CRI หรือ Ra เปรียบเทียบการถ่ายทอดสีกับแหล่งอ้างอิงที่ CCT เดียวกัน ค่าเฉลี่ย Ra ไม่ครอบคลุมสีแดงอิ่มตัวทั้งหมด จึงควรดู R9 และข้อมูล TM-30 เมื่องานต้องแยกสีหรือแสดงสินค้าอย่างละเอียด
Ra / CRI
ใช้สรุปความเที่ยงตรงของสีจากชุดตัวอย่างมาตรฐาน การมีค่าเท่ากันไม่ได้รับประกันว่าวัตถุทุกสีจะดูเหมือนกัน
R9
ดัชนีเฉพาะสำหรับสีแดงอิ่มตัว ช่วยดูข้อมูลที่ค่าเฉลี่ย Ra ไม่ได้รวม โดยเฉพาะงานที่สีแดงเป็นจุดสำคัญ
TM-30
ให้ข้อมูลทั้งความเที่ยงตรงและความอิ่มตัว รวมถึงการเปลี่ยนแปลงตามกลุ่มสี เหมาะกับการอ่านคุณภาพสีให้ละเอียดขึ้น
ส่งค่าที่ลองไว้ให้เพื่อนหรือทีมออกแบบเปิดต่อได้
จากการทดลอง ไปสู่ผังห้องจริง
เมื่อเห็นความต่างของมุมแสงแล้ว ลองใช้ขนาดห้องและสเปกโคมของคุณในโปรแกรมวางผังดาวน์ไลท์ เพื่อดูจำนวนโคม ระยะจากผนัง และตำแหน่งติดตั้ง
วางผังดาวน์ไลท์ 2D → คำนวณ Lux และจำนวนโคม →คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับห้องทดลองแสง
Beam Angle กับ Field Angle ต่างกันอย่างไร?
ทั้งคู่เป็นมุมเต็มของการกระจายความเข้ม แต่ใช้ระดับขอบต่างกัน Beam ใช้ระดับ 50% ของค่าสูงสุด ส่วน Field ใช้ 10% ขอบเหล่านี้เป็นจุดอ้างอิง แสงจริงไม่ได้หยุดทันทีที่เส้นขอบ
เพิ่มความสูงแล้ววงแสงกว้างขึ้น แปลว่าสว่างขึ้นหรือไม่?
วงแสงทางเรขาคณิตกว้างขึ้นตามระยะ แต่ค่าแสงบนพื้นผิวอาจลดลง ลองห้องทดลองระยะเพื่อเห็นความสัมพันธ์ของระยะกับ Lux ภายใต้สมมติฐานที่ระบุไว้
เลือก 6500K จะสว่างกว่า 3000K เสมอไหม?
CCT อธิบายโทนของแสงขาว ส่วน Lumen และ Lux อธิบายคนละด้านของปริมาณแสง จึงควรเปรียบเทียบข้อมูลความสว่างจากรุ่นโคมจริงเพิ่มเติม
ภาพสีบนหน้าจอใช้ตัดสิน CRI ของโคมได้หรือไม่?
ภาพช่วยเข้าใจแนวคิดได้ แต่การตรวจ CRI ต้องใช้ข้อมูลการวัดแหล่งกำเนิดและวิธีคำนวณมาตรฐาน หากสีสำคัญควรขอรายงาน Ra, R9 หรือ TM-30 และทดลองกับวัสดุจริง
ใช้ผลจาก Light Lab เป็นแบบติดตั้งได้เลยหรือไม่?
ใช้เป็นข้อมูลเริ่มต้นสำหรับเลือกมุมแสงและคุยแนวคิดได้ ผังติดตั้งสุดท้ายต้องตรวจไฟล์ IES/LDT ของโคม ระยะจริง พื้นผิว แสงบาดตา และข้อกำหนดของโครงการ
- IES: กฎกำลังสองผกผันของความสว่าง
- U.S. Department of Energy: CCT, CRI, R9 และคุณภาพแสง LED
- ตัวอย่างข้อมูล Beam Angle และ Field Angle จากผู้ผลิต ETC
ภาพและเครื่องมือในหน้านี้สร้างขึ้นเพื่อการเรียนรู้ รูปแบบห้องทดลองได้รับแรงบันดาลใจจาก Hublit Light Lab · ดูเครื่องคำนวณทั้งหมดของ Lumens Lab →
ทางลัดสำหรับวางแผนแสงสว่าง
เริ่มจากรวมบทความ เลือกเครื่องมือคำนวณ แล้วดูวิธีทดสอบหรือแหล่งเลือกโคมที่เกี่ยวข้อง